MOEasymmetry← บทความทั้งหมด
Research · 2026-06-24 · 4 นาที

หลังเข้าซื้อ Breakout — 3 วันแรกบอกอะไรได้จริง?

ตามรอย ศึกษา รอจังหวะ จู่โจม
ไทย อ่านภาษาอังกฤษ
⚠️ บทความนี้เป็นบันทึกการวิจัยและการซื้อขายส่วนตัว — ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้เขียนไม่ได้ให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนที่มีใบอนุญาต โปรดตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดกับ SET/SETTRADE ก่อนตัดสินใจ

หลังจากเข้าซื้อ Breakout นักเทรดส่วนใหญ่มักถามคำถามเดิม: ตัวนี้จะรอดไหม?

หุ้นอยู่เหนือจุดเข้าซื้อนิดเดียว ยังไม่มีการเคลื่อนไหวชัดเจน เริ่มสงสัยว่าควรอดทนต่อ หรือตัดขาดทุนก่อน

ผมย้อนไปดูข้อมูล Breakout 115 ครั้งในตลาดหุ้นไทย (ปี 1990–2026) และติดตามว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไรใน 3 วันแรก แยกระหว่างกลุ่ม ชนะ และ แพ้ รูปแบบที่ได้มีอยู่จริง แต่จะนำไปใช้เป็นกฎเกณฑ์ได้หรือไม่ — นั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง

ผู้ชนะและผู้แพ้มีหน้าตาแตกต่างกันอย่างไรใน 3 วันแรก

กลุ่ม "ชนะ" คือตัวที่วิ่งต่อจนถูก Trail Stop 21-EMA ตีออกพร้อมกำไร กลุ่ม "แพ้" คือตัวที่โดน Stop Loss ที่จุดเข้าซื้อหรือต่ำกว่า

วันผู้ชนะ: % ที่ปิดสูงกว่าจุดเข้าผู้แพ้: % ที่ปิดสูงกว่าจุดเข้า
156%31%
367%32%
778%31%
1076%25%

วันแรกมีช่องว่างให้เห็นแล้ว: 56% ของผู้ชนะปิดเหนือจุดเข้าในวันแรก แต่ผู้แพ้ทำได้เพียง 31%

แต่สัญญาณที่บอกได้ชัดกว่าคือ ราคาต่ำสุด (Low):

วันผู้ชนะ: Low (หน่วย R)ผู้แพ้: Low (หน่วย R)
1−0.17−0.19
30.00−0.29
7+0.20−0.37

ถึงวันที่ 3 พื้นล่างของผู้ชนะขึ้นมาถึงจุดเข้าซื้อพอดี แต่พื้นล่างของผู้แพ้ตกไปแล้วที่ −0.29R — เกือบหนึ่งในสามของระยะ Stop

และตัวเลขที่น่าสนใจที่สุด: ถึงวันที่ 7 ราคาสูงสุด (High) ของผู้แพ้ อยู่ที่ −0.09R — หมายความว่าแม้แต่ในจุดสูงสุดของวัน หุ้นยังไปไม่ถึงราคาที่เราซื้อมา กำลังค่อยๆ ลงต่ำ

จะเอาไปเป็นกฎ Exit ได้ไหม?

ผมทดสอบกฎ Early Exit 6 รูปแบบจากรูปแบบนี้ คำถามคือ: ตัดผู้แพ้ออกเร็วขึ้นได้ (ประหยัด R) โดยไม่ตัดผู้ชนะที่เพิ่งเริ่มช้าออกด้วยหรือไม่?

กฎผู้ชนะที่ถูกตัดออกผู้แพ้ที่รอดได้เปลี่ยน R/ครั้ง
ออกถ้าไม่มีวันปิดเหนือจุดเข้าใน 3 แท่ง9 จาก 4527 จาก 59−0.11
ออกถ้า D1 และ D2 ปิดต่ำกว่าจุดเข้า14 จาก 4529 จาก 59−0.20
ออกถ้าไม่มีวันปิดเหนือจุดเข้าใน 5 แท่ง6 จาก 4521 จาก 59−0.12

ทุกรูปแบบให้ผลเสีย ระบบแย่ลงไม่ใช่ดีขึ้น

ทำไม? ผู้ชนะที่ใช้เวลากว่า 3 วันจึงจะปิดเหนือจุดเข้า 9 ตัวนั้น ทำ +2.57R เฉลี่ย พวกเขาดูเหมือนผู้แพ้ใน 3 วันแรก แล้วก็วิ่ง การตัดพวกเขาออกเร็วประหยัดได้เพียงเล็กน้อยจากผู้แพ้ แต่เสีย R เกือบ 3 ต่อผู้ชนะที่โดนตัดออก ตัวเลขไม่คุ้ม

ตัวอย่างจริงของ "ผู้ชนะที่เริ่มช้า" ที่จะถูกตัดออกภายใต้กฎเหล่านี้: - BLAND: ถ้าออกเร็วจะได้ −0.95R ผลจริงคือ +6.96R (เสียโอกาส 7.91R) - BGRIM: ถ้าออกเร็วจะได้ −0.20R ผลจริงคือ +3.14R (เสียโอกาส 3.34R)

งานวิจัยนี้คืออะไรจริงๆ

มันคือเครื่องมือติดตาม ไม่ใช่กฎการซื้อขาย

รูปแบบ 3 วันแรกนั้นถูกต้องในเชิงพรรณนา ผู้ชนะและผู้แพ้มีพฤติกรรมต่างกันตั้งแต่ Session แรก แต่สัญญาณนี้มีความผันผวนสูงเกินไปที่จะใช้เป็นกลไกอัตโนมัติ เพราะผู้ชนะส่วนหนึ่งดูไม่ต่างจากผู้แพ้ตลอดสัปดาห์แรก แล้วก็กลายเป็น Trade ที่ดีที่สุด

สิ่งที่ทำได้จริง:

รูปแบบ 3 วันบอก "คาแรกเตอร์" ของ Trade ไม่ใช่ผลลัพธ์ Trade ที่เริ่มเร็วให้ความมั่นใจมากขึ้น Trade ที่เริ่มช้าต้องการความสนใจมากขึ้น แต่ไม่มีทางรับประกันอะไรทั้งนั้น

บทเรียนที่ใหญ่กว่า

การคัดกรองก่อนเข้าก็แยกผู้ชนะ-ผู้แพ้ไม่ได้เช่นกัน RS Rating, ระยะ Stop, ความยาว Base, ATR — แทบเหมือนกันหมดระหว่างสองกลุ่มก่อนเข้า Edge ไม่ได้อยู่ที่หา Setup ที่ "สะอาด" กว่า แต่อยู่ที่ Execute ระบบตามที่ออกแบบไว้แล้วปล่อยให้กฎ Exit ทำงานของมัน

ความอยากออกเร็วเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ การนั่งดู Position ที่หยุดนิ่งอยู่ 3 วันนั้นไม่สบายใจ แต่ความไม่สบายใจไม่ใช่สัญญาณ ข้อมูลบอกว่าผู้ชนะที่เริ่มช้าให้ R ได้เท่ากับผู้ที่เริ่มเร็ว ตราบเท่าที่คุณถือผ่านตรรกะ Exit ของระบบ


อ้างอิงจาก Breakout 115 ครั้งในตลาดหุ้นไทย (TypeA Contracting-Base ปี 1990–2026) ค่า R คือหน่วยของความเสี่ยงเริ่มต้น (จุดเข้า − Stop Loss) งานวิจัยเท่านั้น — ไม่ใช่คำแนะนำการซื้อขาย

รับบทความวิจัยใหม่ทางอีเมล
ทดสอบจริง · ล้มเหลวจริง · เผยแพร่ทั้งหมด
Subscribe — ฟรี
📊 ดูแดชบอร์ดสด เครื่องสแกน breakout และ track record จริงได้ที่ หน้าหลัก MOEasymmetry — งานวิจัย ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
← ก่อนหน้า
มีหุ้นไหนชนะ TISCO ได้ไหม? จัดอันดับหุ้นปันผลทบต้นของไทย — และกับดักที่เกือบหลอกผม
งานวิจัยและบันทึกการเทรดส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · Personal research & trading journal — not investment advice. The author does not provide licensed advisory services.
Home · Articles · Methodology · Track record